ปี
1879 แม่พระทรงประจักษ์ที่น๊อกค์ 
ในหมู่บ้านน๊อกค์
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1879 ตอนเย็นฝนได้เทลงมาจากท้องฟ้า พระนางพรหมจารีมารีอาได้ประจักษ์มาพร้อมกับนักบุญยอเซฟ
นักบุญยอห์น ผู้ประพันธ์พระวรสาร และลูกแกะพระเจ้า การประจักษ์ได้เกิดขึ้นประมาณ
20.00 น. ที่หลังคาหน้าจั่วของวัด
เจ้าหน้าที่พระศาสนจักรได้ยอมรับการประจักษ์ที่หมู่บ้านน๊อกค์
ได้มีการสร้างวัดถวายแด่แม่พระ ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนจากทั่วโลกมาแสวงบุญที่น๊อกค์ทุกๆปี
พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่
2 และคุณแม่เทเรซาได้เคยมาสวดภาวนาในวัดแม่พระประจักษ์ ติดกับหลังคาหน้าจั่วของวัดเก่า
ที่นั่นตั้งรูปพระนางมารีอา นักบุญยอเซฟ นักบุญยอห์น และลูกแกะพระเจ้า
ทำด้วยหินอ่อน มีแสงสว่างไสวเจิดจ้า
พระราชินีแห่งประเทศไอร์แลนด์ทรงนิ่งเงียบ
โดย Una McManus จาก "Catholic Faith & Family" ฉบับวันที่
13-26 สิงหาคม 2000
--------------------------------------------------------------------------------
นี่เป็นเรื่องเล่าของชาวไอริช
ซึ่งเป็นเรื่องจริง และความจริงสำหรับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย
ในสมัยนั้นได้เกิดการอดอยาก
ไม่มีมันฝรั่งกิน ไม่ใช่ข้าวยากหมากแพงที่รู้จักกันดีในปี 1847 แต่เป็นภัยอันตรายที่ได้ติดตามมา:
ความหิวโหย, ความยากจน. หนี้สินพะรุงพะรัง, การถูกขับออกจากที่อยู่อาศัย,
การอพยพออกนอกประเทศ, กำลังคุกคามประเทศไอร์แลนด์ ในปีนั้นฝนตกหนัก ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ได้ทำลายพีชพันธ์ธัญญาหาร โดยเฉพาะการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างสิ้นเชิง การขาดแคลนอาหารก็อุบัติขึ้นในปี
1879
น๊อกค์เป็นหมู่บ้าน
มีกระท่อมปูด้วยหลังคาจากและกำแพงทำด้วยปูนขาว วัดเป็นรูปกางเขน และ โรงเรียนเล็กๆ
2 หลัง หลังหนึ่งสำหรับเด็กชาย และอีกหลังหนึ่งสำหรับเด็กหญิง ชาวบ้านเป็นคนศรัทธา
ยากจน และสุภาพอ่อนโยน
ในหมู่บ้านน๊อกค์
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1879 ตอนเย็นฝนได้เทลงมาจากท้องฟ้า พระนางพรหมจารีมารีอาได้ประจักษ์มาพร้อมกับนักบุญยอเซฟ
นักบุญยอห์นผู้ประพันธ์พระวรสาร และลูกแกะพระเจ้า
การประจักษ์ได้เกิดขึ้นประมาณ 20.00น. ที่หลังคาหน้าจั่วของวัด ชาวบ้าน
20 คนได้เห็นภาพประจักษ์ ทั้งนี้ชาวบ้าน 15 คนได้เป็นสักขีพยานอย่างเป็นทางการ
กลุ่มชนที่ได้เห็นแม่พระประจักษ์มีตั้งแต่เด็กๆจนถึงคนสูงอายุ
พระนางมารีอาไม่ได้ตรัสแม้แต่คำเดียว
ทรงยืนตัวตรง บนพระเศียรมีมงกุฎทองคำ พระนางกางพระหัตถ์ออกไปจดหัวไหล่
ทรงจ้องมองท้องฟ้าข้างบน เหมือนเข้าภวังค์
ทางซ้ายมือของพระนางมี
นักบุญยอเซฟกำลังพนมมือในท่าสวดภาวนา ศีรษะของท่านก้มเล็กน้อยไปทางพระนาง
ทางขวามือใกล้กับพระนาง มีนักบุญยอห์นสวมชุดพระสังฆราช มือข้างหนึ่งถือพระคัมภีร์และอีกข้างหนึ่งยกขึ้น
เหมือนกำลังเทศนาอยู่ ทางขวามือของนักบุญยอห์น ลูกแกะพระเจ้ายืนอยู่บนแท่นเปล่าๆ
มีไม้กางเขนอยู่ข้างหลัง เหล่าเทวดากำลังบินอยู่ในอากาศ ถวายความเคารพ
สักการะบูชา และนมัสการพระองค์
เป็นเวลานาน
2 ชั่วโมง สักขีพยานการประจักษ์ได้สวดลูกประคำ หรือสวดภาวนาอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งรูปภาพอันสว่างไสวเจิดจ้าจากสวรรค์ ได้อันตรธานหายไป
ข่าวแม่พระประจักษ์ได้แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว
ฝูงชนได้เดินทางมาชุมนุมกันที่หมู่บ้านเล็กๆ คนหูหนวก ตาบอด และพิการ ได้รับการรักษาหายจากโรค
ในเวลาแห่งการทดลองความทุกข์ร้อน ได้รับการบรรเทา โดยความหวังที่ว่า สิ่งดีงามกำลังมาเยือนเขาทั้งหลาย
ในไม่ช้า เจ้าหน้าที่พระศาสนจักรได้ยอมรับการประจักษ์ที่หมู่บ้านน๊อกค์
ได้มีการสร้างวัดถวายแด่แม่พระ ปัจจุบันประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนจากทั่วโลกมาแสวงบุญที่น๊อกค์ทุกๆปี
พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่
2 และคุณแม่เทเรซาได้เคยมาสวดภาวนาในวัดแม่พระประจักษ์ ติดกับหลังคาหน้าจั่วของวัดเก่า
ที่นั่นตั้งรูปพระนางมารีอา นักบุญยอเซฟ นักบุญยอห์น และลูกแกะพระเจ้า
ทำด้วยหินอ่อน มีแสงสว่างไสวเจิดจ้า
ภาพประจักษ์แห่งหมู่บ้านน๊อกค์เป็นเรื่องการไถ่บาปมนุษยชาติ
ที่มีศีลมหาสนิทเป็นจุดศูนย์กลางแห่งชีวิต พระนางมารีอานำเราไปพบพระบุตรของพระนาง
พระเยซูเจ้า ลูกแกะพระเจ้า ถูกฆ่าเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระบิดาเจ้า และบัดนี้พระองค์ทรงกลับคืนชีพและมีชัยชนะต่อปิศาจและความตาย
พระองค์ทรงประทานพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ในรูปปังและเหล้าองุ่น เป็นอาหารหล่อเลี้ยงวิญญาณเรา
แม่พระแห่งน๊อกค์ไม่ได้บอกอะไรใหม่ๆแก่เรา
พระนางเพียงแต่เตือนเราให้ระลึกถึงสมบัติล้ำค่าที่เราได้ครอบครองอยู่แล้ว
พระนางประจักษ์มาท่ามกลางเราเพื่อยืนยันว่า พระนาง คือ มารดาของเรา ทรงอยู่ใกล้ชิดความทุกข์ร้อนของเรา
สวดภาวนากับเราและเพื่อเรา บางทีพระนางอาจจะบอกเรามากกว่านั้น
ชาวบ้านน๊อกค์
ผู้ซึ่งแม่พระได้มาประจักษ์ เจริญชีวิตอย่างธรรมดา ไม่เหมือนพวกเรา เขาทั้งหลายไม่ได้จมอยู่ในข่าวสาร
ตั้งแต่เวลาที่นาฬิกาปลุกเราตื่นจนกระทั่งเราเข้านอนหลังฟังข่าวรอบดึก
เขาทั้งหลายไม่มี แผ่นป้ายใหญ่โตโฆษณาขายสินค้าหรูหรา, การพาณิชย์ข่าวสาร,
นิตยสารมีหน้าปกเป็นเงามันสวยงาม, และอินเตอร์เนท
ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อก็เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย หรือบางทีอาจจะยากก็ได้ แต่พวกเรา
ผู้ซึ่งดำรงชีวิตในยุคข่าวสารท่วมโลก บางครั้งอาจเรียนจากหมู่บ้านน๊อกค์
เราอาจจมอยู่ในข่าวสาร แต่เรากำลังแสวงหาความจริงหรือเปล่า? ลูกหลานของเราได้รับการฝึกฝนให้รู้จักใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
แต่เขาทั้งหลายได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักปฏิบัติข้อความเชื่ออย่างดีหรือเปล่า?
บางที
การนิ่งเงียบของพระราชินีแห่งน๊อกค์บอกเราให้อยู่นิ่งๆ เข้าสมาธิในชีวิตประจำวันของเรา
ถึงแม้เราอยู่ท่ามกลางชีวิตครอบครัวอันพลุกพล่าน ให้เรารำพึงถึงความจริงแท้ชั่วนิรันดรของพระคริสตเจ้า
เราจำเป็นต้องเข้าภวังค์เหมือนอย่างที่พระนางได้เข้าภวังค์ที่น๊อกค์ แล้วความจริงก็จะจมลึกลงในดวงใจและจิตใจของเรา
และแทนที่ข่าวสารประจำวัน สารของลูกแกะพระเจ้าจะเป็นแสงสว่างส่องทางเรา